วันนี้เอาบทความมาฝากจ้า

 

-------------------------------------

 

ทำไมคนฉลาดจึงตัดสินใจโง่ๆ

 

มีข้อคิดมาฝากพวกเราคือ คนคนเดียวกัน แต่เวลาต่างกัน ความฉลาดไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับว่า ในขณะนั้นใจเขานิ่งขนาดไหน ขณะเดียวกันคนสองคนถ้าบอกว่า คนหนึ่งหัวดีกว่าอีกคนหนึ่ง ฉลาดกว่าอีกคนหนึ่ง ก็ไม่แน่เสมอไป เราพบว่าในบางสถานการณ์ นาย ก. ก็ดูเหมือนฉลาดกว่านาย ข. ถ้ารบกันก็ชนะ แต่บางครั้งนาย ข. ก็กลับฉลาดกว่านาย ก. ได้ ถามว่าเปนเพราะอะไร ตรงนี้สำคัญ คนจำนวนมากมองข้าม จึงมองจุดบกพร่องของตัวเองไม่ออก

เราต้องเข้าใจอย่างนี้ก่อนว่า ในสถานการณ์หนึ่ง เมื่อพิจารณาด้วยดีแล้ว ผู้มีปัญญาจะมองออกว่า ควรตัดสินใจอย่างไรที่จะให้ผลดีที่สุด

แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่ใจของเขาถูกกิเลสเข้าครอบงำ จะเป็นด้วยความอยากเด่นอยากดังก็ตาม ด้วยความอวดดื้อถือดีก็ตาม เขาก็จะตัดสินใจไปอีกแบบ ทั้งที่จริงๆตนเองก็รู้ว่าตัดสินใจอย่างนี้ไม่ถูก มันควรต้องตัดสินใจอีกแบบ แต่เพราะว่าการตัดสินใจอีกแบบที่ถูกต้องนั้นมันมาขัดกับกิเลสที่มาครอบงำใจอยู่ ถ้าทำอย่างนั้นแล้วเดี๋ยวมันไม่เด่นไม่ดัง ก็เลยไปเลือกทำอีกแบบที่คิดว่ามันจะเด่นมันจะดัง เลือกทำอีกแบบที่เป็นลักษณะการมีทิษฐิอวดดื้อถือดี ปัญญาที่ทีจึงเหมือนไม่มี เพราะไม่เลือกทำตามที่ปัญญาเห็น แต่กลับไปทำตามที่กิเลสสอน สุดท้ายก็พลาดพลั้งเสียทีไป

ใครเคยอ่านสามก๊ก คงจะจำบังทองได้ เป็นศิษย์ร่วมอาจารย์กับขงเบ้ง ท่านว่าฉลาดทัดเทียมกันเลย แต่สุดท้ายบังทองเพิ่งจะนำทัพออกรบช่วยเล่าปี่แค่ยกสองยกก็ตายเสียแล้ว ถูกข้าศึกวางกลลวงล้อมยิงด้วยเกาทันจนตาย ถามว่ามือขนาดบังทองที่ว่าฉลาดแสนฉลาด ทำไมถึงถูกกลศึกลวงเอาง่ายๆ คำตอบเป็นเพราะความแข่งดีอยากเอาหน้าเอาตาให้เหนือกว่าขงเบ้ง บังทองรู้สึกว่าตนเองมาทีหลังขงเบ้ง จึงอยากจะสร้างผลงาน ทั้งที่จริงตนก็รู้ว่าบุกอย่างนี้ไม่ปลอดภัย เสี่ยงมากที่จะถูกกลศึก แต่ทั้งๆที่รู้ก็ยังฝืนทำ เพราะหวังว่าถ้าสำเร็จจะได้หน้าได้ตา สุดท้ายก็เจอกลศึกของข้าศึกเข้าจริงๆ ถูกรุมยิงด้วยเกาทันแย่ไปทั้งกองทัพ ตนเองก็ตายกลางศึก นี่เขาเรียกว่ากิเลสมาบังปัญญา ปัญญาที่มีอยู่ก็เลยเหมือนกับไม่มี

โจโฉที่ว่าเก่งแสนเก่ง พออวดดื้อถือดีเข้าก็ย่ำแย่เสียหลายตอน บางครั้งสถานการณ์บังคับให้เตรียมสั่งถอยทัพอยู่แล้ว แต่เผอิญถูกขุนพลคนหนึ่งที่ตัวเองหมั่นไส้อยู่ คือ เอียวสิ้ว มารู้ทันความคิดตัวเอง ก็เลยสั่งจับเอียวสิ้วไปตัดคอเสีย แล้วฝืนไม่ถอยทัพ เพราะมีทิษฐิจะทำให้เหมือนกับว่าเอียวสิ้วไม่รู้ทันตนเอง สุดท้ายกองทัพก็เลยย่ำแย่ถูกตีแตก ตนเองก็แทบเอาชีวิตไม่รอด เมื่อถูกทิษฐิมานะมาบดบัง ปัญญาของโจโฉที่มีก็เหมือนไม่มี

เพราะฉะนั้นพวกเราหากต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ก็อย่าให้กิเลสในตัวเป็นเครื่องชี้นำ ไม่ต้องไปแข่งดีกับใครเลย ขอเพียงเราตั้งใจสู้กับกิเลสในตัว สำรวจตัวเองให้ดี หมั่นแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเองได้มากเท่าไหร่ เราก็จะโดดเด่นขึ้นมา โดยไม่ต้องไปแข่งกับใคร ไม่ต้องไปยกตัวเองขึ้นมาเลย มันจะเด่นขึ้นมาเองไม่ต้องไปสู้กับใครเขาหรอก สู้กับกิเลสในตัวเรานี่แหละ นี่คือหน้าที่หลักของทุกคน ท่านบอกว่าคนที่รบชนะคนอื่นเป็นร้อย ก็สู้คนที่รบชนะตัวเองคนเดียวไม่ได้ รู้หลักอย่างนี้แล้ว เรามีสติปัญญามากเท่าใดก็ขอใหเช้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้กิเลสทั้งหลายมาเป็นจุดอ่อนในตัวเรา จะเป็นทิษฐิมานะก็ตาม ความอวดดื้อถือดีก็ตาม ความอยากเด่นอยากดังก็ตาม อย่าให้มาบดบังปัญญาของเราได้ เอากิเลสเหล่านี้ออกไป ปัญญาของเราก็จะฉายชัดมากขึ้น  ซึ่งจะทำได้ด้วยการหมั่นทำสมาธิอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้มีสติดีและใจมีพลังเอาชนะอำนาจกิเลสในตัวได้

 

edit....

จาก - หนังสือ ทันโลก ทันธรรม

----------------------------------------------

 

เจอกันใหม่เอนทรี่หน้านะครับ สวัสดีครับ

 

Comment

Comment:

Tweet

คนที่ได้รับคำสรรเสริญจากคนโลก
ประสบความสำเร็จทางโลก
เ้หิง ก็จบ ได้ใจก็ไปไวหน่อย
สังเกตปราญชทั้งหลายมักมีการเรียนรู้จากผู้รู้ไม่รู้จบ
ยิ่งขึ้นสูงทั้งทางโลกทั้งทางธรรม(ปล่อยวาง) ประมาทเมื่อไร
จบเร็วHot!

#8 By cesarmonsters on 2011-01-02 00:26

เรื่องบางเรื่อง อาจโง่ในสายตาคนอื่น

แต่อาจฉลาด ในสายตาของคนอื่น ๆ (อีกหลายคนนะ)

ขึ้นอยู่กับมุมมองครับ big smile

#7 By keaaaa on 2010-12-22 12:04

เพราะอัตตาล่ะมั้ง
Hot!

เป็นเรื่องราวที่ให้ข้อคิดค่ะ บางคนก็ยอมโง่ในบางสถานะการณ์เพื่อหวังผลอย่างอื่นน่ะค่ะ big smile

#5 By Pat on 2010-12-20 17:28

มันขึ้นอยู่กับสติของเราด้วยแฮะ confused smile

#4 By iDreamplus on 2010-12-20 17:25

คอมเม้นแรก ทำไมคนฉลาดจึงตัดสินใจโง่ บางทีเมื่อถูกกดดัน เมื่อถึงทางตัน เลยอาจจะทำอะไรโง่ก้อได้ คอมเม้นที่สอง ยังชอบเนื้อหาสามก๊กเหมือนเดิม

#3 By Live a Live on 2010-12-20 15:16

ขออภัยครับ ลืมเขียนที่มา

edit แล้วครับ

#2 By St.Alpha on 2010-12-20 14:35

เขียนเองหรือเปล่าครับ เขียนได้ดีนะครับเนี่ยะ

big smile big smile big smile

#1 By Dhammasarokikku on 2010-12-20 14:21